แชร์

5 วิธีดูแลรักษา ถุงมือนิรภัย และ Low Cut Safety Shoes ให้ใช้ได้นาน ไม่ต้องเบิกใหม่บ่อยๆ

อัพเดทล่าสุด: 22 มิ.ย. 2026
5 ผู้เข้าชม
5 วิธีดูแลรักษา ถุงมือนิรภัย และ Low Cut Safety Shoes ให้ใช้ได้นาน ไม่ต้องเบิกใหม่บ่อยๆ

5 วิธีดูแลรักษา ถุงมือนิรภัย และ Low Cut Safety Shoes ให้ใช้ได้นาน ไม่ต้องเบิกใหม่บ่อยๆ

บทนำ: เมื่ออุปกรณ์เซฟตี้เสื่อมเร็วกว่าที่ควร

ในสายงานอุตสาหกรรมและการผลิต ถุงมือนิรภัย และรองเท้านิรภัยแบบ Low Cut Safety Shoes ถือเป็นด่านแรกที่ปกป้องพนักงานจากอันตรายในสภาพแวดล้อมการทำงาน ไม่ว่าจะเป็นสารเคมี วัสดุมีคม ของตกกระแทก หรือพื้นผิวลื่น ทว่าในความเป็นจริง อุปกรณ์เหล่านี้มักถูกละเลยการดูแล จนทำให้เสื่อมสภาพเร็วกว่าอายุการใช้งานที่กำหนด ส่งผลให้ต้องเบิกจ่ายใหม่บ่อยครั้ง กระทบต่องบประมาณขององค์กรโดยตรง
การดูแลรักษาอุปกรณ์เซฟตี้ที่ดีไม่ใช่เรื่องยาก เพียงแค่ปฏิบัติตามหลักการที่ถูกต้องและสม่ำเสมอ ก็สามารถยืดอายุการใช้งานได้อย่างมีนัยสำคัญ บทความนี้จึงรวบรวม 5 วิธีดูแลรักษา ถุงมือนิรภัย และ Low Cut Safety Shoes ที่พนักงานปฏิบัติการ ฝ่ายซ่อมบำรุง และ จป. วิชาชีพ ควรรู้และนำไปปฏิบัติได้เลย

เคล็ดลับที่ 1: ทำความสะอาดถุงมือนิรภัยให้ถูกวิธีตามประเภทวัสดุ

ถุงมือที่ซักด้วยน้ำได้

ถุงมือนิรภัยบางประเภทสามารถซักด้วยน้ำได้ เช่น ถุงมือผ้าฝ้าย ถุงมือไนล่อน หรือถุงมือเคลือบ PU บางรุ่น ควรปฏิบัติดังนี้:

•       ซักด้วยน้ำเย็นถึงน้ำอุ่น (ไม่เกิน 40°C) ด้วยผงซักฟอกอ่อน

•       ไม่ควรใช้น้ำยาฟอกขาว เพราะจะทำลายเส้นใยและลดคุณสมบัติป้องกัน

•       บิดน้ำออกเบาๆ แล้วตากในที่ร่ม มีลมพัดผ่าน ห้ามตากแดดจัด

•       ตรวจสอบให้แน่ใจว่าแห้งสนิทก่อนนำกลับมาใช้งาน เพื่อป้องกันเชื้อราและกลิ่นอับ

ถุงมือที่ห้ามโดนน้ำ

ถุงมือบางประเภทต้องระวังเป็นพิเศษ เช่น ถุงมือหนังแท้ ถุงมือกันสารเคมีบางชนิด หรือถุงมือที่มีฉนวนกันไฟฟ้า:

•       ถุงมือหนัง: ใช้ผ้าชุบน้ำหมาดๆ เช็ดเบาๆ จากนั้นทาครีมบำรุงหนัง ไม่แช่น้ำหรือซักเครื่อง

•       ถุงมือกันสารเคมี: ศึกษา TDS (Technical Data Sheet) ของผู้ผลิต เพื่อดูวิธีทำความสะอาดที่เหมาะสม

•       ถุงมือฉนวนไฟฟ้า: ห้ามใช้ตัวทำละลายใดๆ ให้เช็ดด้วยผ้าแห้งหรือผ้าชุบน้ำหมาดๆ เท่านั้น

•       หลังทำความสะอาดทุกครั้ง เก็บในถุงหรือกล่องที่ป้องกันฝุ่นและความชื้น

เคล็ดลับที่ 2: ขจัดคราบและดับกลิ่นอับใน Low Cut Safety Shoes

รองเท้า Low Cut Safety Shoes ที่ใส่ทำงานทุกวันย่อมสะสมเหงื่อ ความชื้น และแบคทีเรียที่ก่อกลิ่นไม่พึงประสงค์ วิธีดูแลที่ถูกต้องช่วยให้รองเท้าสะอาด สวมใส่สบาย และไม่เกิดปัญหาเชื้อรา:

•       ถอดรองเท้าและแผ่นรองในออกทุกวัน นำไปผึ่งในที่มีอากาศถ่ายเทดี

•       ใช้ผ้าแห้งหรือกระดาษทิชชูซับความชื้นภายในรองเท้าหลังเลิกงาน

•       โรยผงดูดกลิ่น (เช่น เบกกิ้งโซดา) ไว้ภายในรองเท้าค้างคืน แล้วสลัดออกก่อนสวมใส่

•       ทำความสะอาดแผ่นรองในสัปดาห์ละครั้ง หากเป็นแบบถอดซักได้ ให้ซักด้วยน้ำเย็นและตากแห้งสนิท

•       ใช้สเปรย์ดับกลิ่นที่ออกแบบมาสำหรับรองเท้านิรภัยโดยเฉพาะ หรือสเปรย์แอลกอฮอล์ 70% ช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรีย

•       หลีกเลี่ยงการใช้น้ำปริมาณมากทำความสะอาดภายในรองเท้าหนัง เพราะอาจทำให้หนังเสียรูปและกาวละลาย

เคล็ดลับที่ 3: เก็บรักษา Low Cut Safety Shoes ไม่ให้พื้นยางเสื่อมสภาพ

พื้นยางของ Low Cut Safety Shoes เป็นส่วนสำคัญที่ให้ทั้งการยึดเกาะและการป้องกัน หากดูแลไม่ถูกวิธี จะเสื่อมสภาพเร็วและเป็นอันตรายในการทำงาน:

•       ตากรองเท้าในที่ร่มที่มีลมพัดผ่านเสมอ ห้ามตากแดดโดยตรง เพราะรังสี UV ทำให้ยางแข็งเปราะและแตกร้าว

•       ไม่วางรองเท้าใกล้แหล่งความร้อน เช่น เครื่องจักร หม้อต้ม หรือบริเวณที่อุณหภูมิสูงเกิน 40°C

•       เก็บรองเท้าในพื้นที่แห้ง อุณหภูมิปกติ ห่างจากสารเคมีและตัวทำละลายที่อาจกัดกร่อนยาง

•       ทาครีมหรือสเปรย์บำรุงพื้นรองเท้าที่เป็นยางหรือหนัง ตามคำแนะนำของผู้ผลิต ช่วยรักษาความยืดหยุ่นและป้องกันการแตก

•       ใส่ Form หรือที่ดันทรงรองเท้าเมื่อไม่ได้ใช้งาน เพื่อรักษารูปทรงและป้องกันพื้นรองเท้าบิดงอ

เคล็ดลับที่ 4: ตรวจเช็คสภาพหัวเหล็กและดอกยางรองเท้าสม่ำเสมอ

การตรวจสอบสภาพ Low Cut Safety Shoes อย่างสม่ำเสมอเป็นหัวใจของการดูแลรักษาที่ดี เพราะชิ้นส่วนสำคัญที่เสื่อมสภาพอาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อความปลอดภัยในการทำงาน:

จุดที่ควรตรวจสอบเป็นประจำ

•       หัวเหล็ก (Steel Toe Cap): ตรวจดูว่ามีรอยร้าว บุบ หรือเสียรูปจากการกระแทกหรือไม่ หากพบความเสียหาย ควรหยุดใช้งานทันที

•       ดอกยาง (Outsole): ตรวจสอบความลึกของดอกยาง หากสึกจนเรียบหรือสึกไม่สม่ำเสมอ ประสิทธิภาพกันลื่นจะลดลงอย่างมาก

•       ตัวรองเท้า (Upper): ตรวจหารอยฉีกขาด รอยเย็บที่หลุด หรือรอยแยกระหว่างพื้นกับตัวรองเท้า

•       เชือกและหัวเข็มขัด: ตรวจสอบความสมบูรณ์และเปลี่ยนเมื่อชำรุด

•       แผ่นรองใน: ตรวจสอบการรองรับแรงกระแทก หากบางหรือยุบตัวมากผิดปกติ ควรเปลี่ยนใหม่

ความถี่ในการตรวจสอบ

แนะนำให้ตรวจสอบสภาพรองเท้าอย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง และตรวจอย่างละเอียดทุกเดือน สำหรับงานที่มีความเสี่ยงสูงควรตรวจทุกวันก่อนเริ่มงาน บันทึกผลการตรวจสอบและแจ้งต่อ จป. วิชาชีพเมื่อพบความผิดปกติ

เคล็ดลับที่ 5: สลับกันใช้งานรองเท้า 2 คู่ เพื่อยืดอายุการใช้งาน

หนึ่งในวิธีที่ได้ผลที่สุดและมักถูกมองข้ามในการยืดอายุ Low Cut Safety Shoes คือการมีรองเท้าสำรอง 2 คู่ สลับกันใช้งาน:

•       เมื่อสลับคู่ รองเท้าแต่ละคู่จะมีเวลาพักระหว่าง 18-24 ชั่วโมง ช่วยให้วัสดุกลับคืนรูปทรงตามธรรมชาติ

•       ความชื้นจากเหงื่อที่สะสมในรองเท้าจะระเหยออกได้อย่างสมบูรณ์ ลดการสะสมของแบคทีเรียและเชื้อรา

•       ยืดอายุพื้นรองเท้าได้อย่างมีนัยสำคัญ เพราะยางได้พักจากแรงกดและความร้อนสะสม

•       ในระยะยาว การลงทุนซื้อรองเท้า 2 คู่คุ้มค่ากว่าการซื้อ 1 คู่แล้วต้องเบิกใหม่เร็วขึ้น

•       สำหรับงานที่ต้องใส่รองเท้านิรภัยตลอดกะ 8-12 ชั่วโมง การสลับคู่ยังช่วยลดความอ่อนล้าของเท้าได้ด้วย

 


เคล็ดลับที่ 6: สังเกตอายุการใช้งาน (Shelf Life) และสัญญาณเตือนว่าควร "เปลี่ยน" อุปกรณ์ใหม่
แม้จะดูแลรักษาอุปกรณ์เซฟตี้ (Safety Equipment) ดีเพียงใด แต่วัสดุย่อมเสื่อมสภาพตามกาลเวลา การทราบอายุการใช้งานที่แท้จริงและรู้ว่าเมื่อใดควรเปลี่ยนรองเท้านิรภัยหรือถุงมือคู่ใหม่ จะช่วยยกระดับความปลอดภัยในการทำงานได้อย่างสูงสุด:

ระวังการเสื่อมสภาพตามกาลเวลา (Hydrolysis): รองเท้าเซฟตี้ที่มีพื้นแบบโพลียูรีเทน (PU) มักมีอายุการเก็บรักษาประมาณ 3-5 ปี นับจากวันผลิต (แม้จะไม่ได้นำมาใส่เลยก็ตาม) เพราะความชื้นในอากาศจะทำให้พื้นยางยุ่ยและแตกหักได้เอง ดังนั้นควรตรวจสอบวันผลิต (Manufacturing Date) เสมอก่อนเบิกใช้งาน
เมื่อผ่านการรับแรงกระแทกหนัก: หาก Low Cut Safety Shoes ผ่านเหตุการณ์ของหนักตกใส่จนหัวเหล็ก (Steel Toe) ต้องรับแรงกระแทกไปแล้ว แม้ภายนอกจะดูไม่เสียหาย แต่โครงสร้างการรับน้ำหนักอาจสูญเสียประสิทธิภาพไปแล้ว ควรเปลี่ยนคู่ใหม่ทันทีเพื่อความปลอดภัย
การสัมผัสสารเคมีรุนแรง: หากถุงมือกันสารเคมีหรือรองเท้ามีอาการบวมพอง แข็งกระด้าง หรือเปลี่ยนสี หลังจากสัมผัสสารเคมีหรือน้ำมัน ห้ามฝืนนำกลับมาทำความสะอาดและใช้ซ้ำเด็ดขาด
เลือกสเปกให้ตรงกับหน้างาน (Fit for Purpose): การยืดอายุการใช้งานที่ดีที่สุดตั้งแต่เริ่มต้น คือการเลือกประเภทอุปกรณ์ให้ตรงกับความเสี่ยง เช่น หากหน้างานมีน้ำมันหรือความร้อนสูง ควรเลือกใช้รองเท้าพื้นยางไนไตรล์ (Nitrile Rubber) แทนพื้น PU ทั่วไป จะช่วยลดการสึกหรอและคุ้มค่าในระยะยาวมากกว่า


บทสรุป: การดูแลดี คือการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด

การดูแลรักษา ถุงมือนิรภัย และ Low Cut Safety Shoes อย่างถูกวิธีและสม่ำเสมอ ไม่ใช่เพียงการประหยัดงบประมาณขององค์กรเท่านั้น แต่ยังเป็นการรับประกันว่าอุปกรณ์ป้องกันภัยส่วนบุคคล (PPE) จะยังคงทำหน้าที่ปกป้องผู้ปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในทุกๆ วัน
เมื่ออุปกรณ์อยู่ในสภาพดี พนักงานย่อมทำงานได้อย่างมั่นใจ ลดความเสี่ยงจากอุบัติเหตุ และองค์กรก็ประหยัดค่าใช้จ่ายในการจัดหาอุปกรณ์ใหม่ได้อย่างมีนัยสำคัญ ทั้ง จป. วิชาชีพ ฝ่ายซ่อมบำรุง และพนักงานปฏิบัติการ ควรร่วมกันสร้างวัฒนธรรมการดูแลรักษาอุปกรณ์ความปลอดภัยอย่างจริงจัง เพราะความปลอดภัยของทุกคนคือความรับผิดชอบร่วมกัน


บทความที่เกี่ยวข้อง
เจาะลึก ถุงมือนิรภัยกันบาด (Cut Resistant Gloves) เลือกระดับไหนให้ตอบโจทย์งานช่างและงานผลิต
ในสายการผลิตและงานช่างที่ต้องสัมผัสกับวัสดุมีคม การเลือก ถุงมือนิรภัย ที่เหมาะสมไม่ใช่แค่เรื่องความสะดวก แต่คือสิ่งที่ช่วยปกป้องชีวิตและลดต้นทุนการหยุดสายการผลิต บทความนี้จะพาคุณเจาะลึกระบบจำแนกระดับการกันบาด (Cut Level A–F) พร้อมแนะนำวัสดุและการเลือกใช้งานอย่างถูกต้องสำหรับวิศวกร ช่างเทคนิค และผู้จัดการโรงงาน ตั้งแต่งานประกอบชิ้นส่วนยานยนต์ไปจนถึงงานตัดกระจกและโลหะแผ่น
22 มิ.ย. 2026
ถุงมือนิรภัยกันไฟฟ้าสถิต (ESD Gloves)
ในกระบวนการผลิตอิเล็กทรอนิกส์ ไฟฟ้าสถิตเพียงไม่กี่โวลต์ที่ไม่อาจรู้สึกได้ด้วยมือเปล่า สามารถทำลายไมโครชิปและแผงวงจรมูลค่ามหาศาลได้ในพริบตา ถุงมือนิรภัยกันไฟฟ้าสถิต (ESD Gloves) จึงเป็นมากกว่าอุปกรณ์ป้องกันส่วนบุคคล — มันคือเกราะป้องกันคุณภาพผลิตภัณฑ์ที่สายการผลิตระดับโลกขาดไม่ได้ บทความนี้จะพาคุณเจาะลึกหลักการทำงาน มาตรฐานการทดสอบ และวิธีเลือกถุงมือ ESD ที่ถูกต้องสำหรับโรงงานของคุณ
22 มิ.ย. 2026
ถุงมือเซฟตี้สำหรับงานสารเคมี: คู่มือเลือกถูกประเภท ป้องกันอันตรายถึงชีวิต
สารเคมีในโรงงานอุตสาหกรรมไม่ได้อันตรายแค่เมื่อหกหรือสัมผัสโดยตรง — บางชนิดสามารถซึมผ่านถุงมือผิดประเภทเข้าสู่ผิวหนังได้โดยไม่รู้ตัว บทความนี้รวบรวมข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับการเลือก ถุงมือเซฟตี้ สำหรับงานสารเคมีโดยเฉพาะ แยกตามวัสดุ (Nitrile, Neoprene, Latex, PVC) และกลุ่มสารเคมีที่ทนทาน พร้อมอ้างอิงมาตรฐาน EN374 เพื่อให้นักเคมี วิศวกรโรงงาน และ จป. วิชาชีพ สามารถตัดสินใจได้อย่างปลอดภัยและมั่นใจ
22 มิ.ย. 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้